2026-09-10
สรุปสกินบูสเตอร์แบบเจาะลึก คลินิกผิวหนังสถานีฮันที | จะเลือกฉีดอะไรก็ได้เพราะคิดว่า “คงดีเหมือนกันหมด” จริงหรือ?

สรุปสกินบูสเตอร์แบบเจาะลึก คลินิกผิวหนังสถานีฮันที | จะเลือกฉีดอะไรก็ได้เพราะคิดว่า “คงดีเหมือนกันหมด” จริงหรือ?
เนื่องจากสกินบูสเตอร์มีหลากหลายชนิดและชื่อก็ฟังดูคล้ายกันไปหมด คุณเคยคิดง่ายๆ ว่า "ฉีดตัวไหนก็คงดีเหมือนกัน" แล้วตัดสินใจไปหรือเปล่าครับ?
หากคุณเคยลองค้นหาข้อมูลแล้วพบแต่เนื้อหาที่กระจัดกระจาย ไม่เชื่อมโยงกันจนยิ่งอ่านยิ่งสับสน คุณมาถูกที่แล้วครับ
สวัสดีครับ
ผม คิมดาจอง ผู้อำนวยการและแพทย์ประจำ Cordia Clinic คลินิกผิวหนังใกล้สถานีฮันทีครับ

[การรักษาผมร่วงระดับพรีเมียม] พญ. คิมดาจอง ผู้อำนวยการ Cordia Clinic | ||
<การวินิจฉัยเฉพาะบุคคลแบบ 1:1> อ้างอิงจากข้อมูลทางคลินิกหลายหมื่นเคส ความแม่นยำ สมาธิ และทักษะหัตถการชั้นสูงที่ผ่านการฝึกฝนทางศัลยกรรม | ||
การวิเคราะห์อย่างแม่นยำด้วยระบบวินิจฉัย 3D AFS <ระบบวินิจฉัยความแม่นยำสูง> | ||
การรักษาผมร่วงอย่างยั่งยืนด้วยระบบลดความเจ็บปวด <โนว์ฮาวการควบคุมความเจ็บปวด> |
ในบทความวันนี้ ผมจะมาสรุปข้อมูลเกี่ยวกับสกินบูสเตอร์ตัวหลักยอดนิยม ได้แก่ Rejuran, Re2O และ Juvelook Skin ให้อ่านกันอย่างเข้าใจง่ายครับ
ก่อนจะลงลึกในรายละเอียด ผมขอฉายภาพกว้างให้เห็นแนวทางการทำงานกันก่อนครับ
หลักการทำงานหลักๆ แบ่งได้เป็น 3 รูปแบบ ดังนี้ครับ

แบบแรก คือการส่งสัญญาณไปกระตุ้นผิวให้ "กลับมาแข็งแรงขึ้น" จัดเป็นกลุ่มฟื้นฟูผิวที่กระตุ้นให้ผิวรักษาตัวเอง
→ ซึ่ง Rejuran จัดอยู่ในกลุ่มนี้ครับ
แบบที่สอง คือการเติมส่วนประกอบที่ขาดหายเข้าไปในผิวโดยตรง
ไม่ใช่แค่การกระตุ้น แต่เป็นการเติมเต็มเข้าไปเลย
→ Re2O ทำงานด้วยวิธีนี้ครับ
แบบที่สาม คือการสร้างโครงสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ เพื่อเพิ่มความหนาแน่นของชั้นผิวแท้โดยเฉพาะ
→ Juvelook Skin จัดอยู่ในกลุ่มนี้ครับ
<ปรัชญาการรักษา>
Rejuran: เมื่อมีคนไข้ที่ผิวบางและแพ้ง่ายเข้ามาปรึกษา นี่คือสิ่งแรกที่ผมนึกถึง
สำหรับท่านที่ผิวบาง แพ้ง่าย รู้สึกผิวแห้งตึงจากภายใน และเริ่มกังวลกับริ้วรอยเส้นเล็กๆ ที่เพิ่มขึ้น เมื่อมาปรึกษา ผมมักจะแนะนำ Rejuran เป็นตัวเลือกแรกเสมอครับ
ทำไมถึงเป็นแบบนั้น?

ส่วนประกอบหลักของ Rejuran คือ PN (Polynucleotide)
สารสกัดนี้ได้มาจาก DNA ของปลาแซลมอน ซึ่งมีโครงสร้างเบสคล้ายคลึงกับ DNA ของมนุษย์มาก ทำให้โอกาสเกิดปฏิกิริยาต่อต้านจากระบบภูมิคุ้มกันหรือความรู้สึกระคายเคืองค่อนข้างต่ำมากครับ

เมื่อ PN เข้าสู่ชั้นหนังแท้ จะเข้าไปช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาใหม่
เข้าใจง่ายๆ ว่าเป็นการฟื้นบำรุงและเสริมสร้างความแข็งแรงขั้นพื้นฐานให้กับผิวนั่นเองครับ
Re2O: เติมสารอาหารผิวที่สำคัญลงไปโดยตรง
ช่วงนี้ที่คลินิกผิวหนังสถานีฮันทีของเรา มีหัตถการหนึ่งที่คนไข้สอบถามเข้ามาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นั่นก็คือ Elravie Re2O ครับ

ส่วนประกอบหลักคือ hADM (Human Acellular Dermal Matrix หรือเนื้อเยื่อผิวหนังแท้ของมนุษย์ที่ผ่านกระบวนการกำจัดเซลล์)
เป็นสารที่นำเนื้อเยื่อผิวหนังแท้ที่ได้รับบริจาคมาผ่านกระบวนการกำจัดเซลล์ที่อาจก่อให้เกิดปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันออกอย่างสมบูรณ์ และสกัดให้เหลือเพียงโครงสร้างร่างแหค้ำจุนเซลล์ (ECM) ในรูปแบบอนุภาคขนาดเล็กมาก
จึงคงคุณค่าของคอลลาเจนจากมนุษย์ (ประมาณ 89%), อีลาสติน (ประมาณ 3%), สารไกลโคซามิโนไกลแคน (GAG) และอื่นๆ ไว้อย่างครบถ้วน
กล่าวคือ การทำงานของตัวนี้ไม่ใช่การ 'รอ' ให้คอลลาเจนถูกสร้างขึ้นมาใหม่ แต่เป็นการ 'เติมเต็ม' ECM ลงไปโดยตรง
ดังนั้น สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องชั้นหนังแท้บางตัวลง จึงสามารถคาดหวังการเปลี่ยนแปลงที่สังเกตได้ค่อนข้างรวดเร็วครับ


จากผลการทดสอบทางคลินิกในกลุ่มตัวอย่าง 20 คน เป็นเวลาประมาณ 20 สัปดาห์ พบว่าบริเวณที่ฉีด Re2O มีการปรับปรุงที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในทุกตัวชี้วัดหลัก ไม่ว่าจะเป็นความหนาแน่น ปริมาตร ความยืดหยุ่น ความลึกของริ้วรอย และระดับความชุ่มชื้นของผิว
หลายท่านอาจมีความกังวลใจว่า "การใช้สารที่มาจากร่างกายมนุษย์จะปลอดภัยจริงหรือ?"
แต่ในความเป็นจริงแล้ว เทคโนโลยี hADM ไม่ใช่เรื่องใหม่เลยครับ
สารชนิดนี้ถูกนำมาใช้เป็นวัสดุปลูกถ่ายผิวหนังสำหรับผู้ป่วยแผลไฟไหม้รุนแรงหรือผู้ป่วยอุบัติเหตุมาเป็นเวลานานจนได้รับการพิสูจน์ความปลอดภัยแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น วัตถุดิบตั้งต้นที่นำมาใช้ต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานของสมาคมธนาคารเนื้อเยื่อแห่งสหรัฐอเมริกา (AATB) และ US FDA เท่านั้น รวมถึงอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวดตามกฎหมายด้านเนื้อเยื่อมนุษย์ของเกาหลีอีกด้วยครับ
Juvelook Skin: เหตุผลที่ตอบโจทย์และแก้ปัญหารูขุมขนได้ตรงจุด
มีคนไข้หลายท่านเดินทางมาปรึกษาปัญหาเรื่องรูขุมขนกว้างที่คลินิกผิวหนังสถานีฮันทีของเราบ่อยมากครับ
ในกรณีนี้ Juvelook Skin คือตัวเลือกแรกที่ผมมักแนะนำครับ

ส่วนผสมหลักคือการผสานกันระหว่าง PDLLA (Poly-D,L-lactic acid) และไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid)
PDLLA เป็นโพลีเมอร์ชีวภาพที่สลายตัวได้เองตามธรรมชาติ ผลิตจากกรดแลกติกที่สกัดได้จากแป้งข้าวโพดและอ้อย โดย Juvelook มีสิทธิบัตรเฉพาะของบริษัทผู้ผลิต Vaim ในการขึ้นรูปอนุภาค PDLLA ให้เป็นโครงสร้างตาข่ายที่มีรูพรุนละเอียด
หลักการทำงานคือ 'การกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน'
เมื่ออนุภาค PDLLA เข้าไปอยู่ในชั้นหนังแท้ จะกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นรอบๆ เม็ดอนุภาค ส่งผลให้ชั้นหนังแท้มีความแน่นกระชับและหนาตัวขึ้น
สาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้รูขุมขนดูกว้าง แท้จริงแล้วเกิดจากความหนาแน่นของคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ลดลงครับ
เมื่อแรงพยุงโครงสร้างผิวลดลง เนื้อเยื่อรอบรูขุมขนจะหย่อนคล้อยตามไปด้วย ส่งผลให้รูขุมขนดูเปิดกว้างและเด่นชัดขึ้น

การฟื้นฟูปรับโครงสร้างชั้นหนังแท้ให้แน่นขึ้นจะช่วยสร้างแรงพยุงรอบรูขุมขน ผลลัพธ์คือเมื่อเวลาผ่านไป รูขุมขนจะแลดูละเอียดและเรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติครับ
นอกจากนี้ ด้วยขนาดอนุภาคที่เล็กมาก จึงนิยมนำมาใช้ปรับผิวให้เรียบเนียนสม่ำเสมอและลดเลือนริ้วรอยตื้นๆ ทั่วใบหน้าได้เป็นอย่างดี
หากคุณต้องการฟื้นฟูพื้นฐานความแข็งแรงของผิว แนะนำ Rejuran หากต้องการฟื้นฟูความหนาแน่นและเติมเต็มอย่างรวดเร็ว แนะนำ Re2O และหากกังวลเรื่องรูขุมขนกับผิวไม่เรียบเนียน Juvelook Skin ถือเป็นคำตอบที่เหมาะสมครับ
อย่างไรก็ดี นี่เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้นเท่านั้นครับ
เนื่องจากสภาพผิว ปัญหาเฉพาะจุด และความต้องการของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน ลำดับขั้นตอนและการผสมผสานการรักษาจึงสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม
วิธีที่ดีที่สุดในการรู้ว่าผิวหน้าของคุณในตอนนี้ต้องการอะไรอย่างแท้จริง คือการเข้ามาตรวจประเมินผิวโดยตรงครับ

ไม่จำเป็นต้องเป็นคลินิกของเราแถวสถานีฮันทีก็ได้ครับ
ผมขอแนะนำให้คุณมองหาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่วางใจได้ในสถานพยาบาลใกล้บ้าน เพื่อรับคำปรึกษาอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจทำหัตถการครับ
หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ ผม คิมดาจอง ผู้อำนวยการ Cordia Clinic คลินิกผิวหนังสถานีฮันทีครับ
ขอบคุณครับ
คำถาม | คำตอบ |
Q. ควรฉีดสกินบูสเตอร์กี่ครั้งถึงจะเห็นผล? | A. ทั้งสามหัตถการมีโปรโตคอลมาตรฐานคือ ฉีดประมาณ 3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุกๆ 3-4 สัปดาห์
|