2026-09-23
คลินิกผิวหนังโดกกกดง เผยกรณีที่ไม่แนะนำให้ฉีดรีทูโอ (ReTuO)
แพทย์ผิวหนังจากโดกกกดงอธิบายชัดเจนว่า สกินบูสเตอร์รีทูโอ (ReTuO) ต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร เหมาะกับใคร และทำไมเทคนิคระดับความลึกในการฉีดจึงเป็นหัวใจสำคัญของผลลัพธ์

สวัสดีค่ะ
แพทย์หญิง คิม ดาจอง ผู้อำนวยการคลินิก Cordia Clinic ค่ะ

[การรักษาผมร่วงระดับพรีเมียม] แพทย์หญิง คิม ดาจอง ผู้อำนวยการ Cordia Clinic | ||
<การวินิจฉัยเฉพาะบุคคลแบบ 1:1> อ้างอิงจากข้อมูลทางคลินิกหลายหมื่นเคส สมาธิและความชำนาญการฉีดที่แม่นยำจากประสบการณ์การฝึกฝนด้านศัลยกรรม | ||
การวิเคราะห์อย่างแม่นยำด้วยระบบวินิจฉัย 3D AFS <ระบบการวินิจฉัยอย่างแม่นยำ> | ||
การรักษาผมร่วงอย่างยั่งยืนด้วยระบบลดความเจ็บปวด <เทคนิคการควบคุมความเจ็บปวด> |
ช่วงนี้ในห้องตรวจของคลินิกผิวหนังโดกกกดงของเรา มักจะได้รับคำถามเหล่านี้บ่อยๆ ค่ะ
"คุณหมอคะ รีทูโอ (ReTuO) ตัวนั้นดีจริงไหมคะ?" "เห็นในไอจีบอกว่าฉีดแก้มแล้วดูเป็นธรรมชาติดี ฉันฉีดได้ไหมคะ?"
ถ้าให้ตอบอย่างตรงไปตรงมา คำตอบของหมอก็ยังคงเหมือนเดิมเสมอค่ะ
“ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลค่ะ” ตัวผลิตภัณฑ์เป็นตัวยาที่ดีจริงๆ

แต่ผลลัพธ์ย่อมแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่มีปัญหา ปัญหาผิวที่กังวล และเทคนิควิธีการฉีดค่ะ
ดังนั้นหมอจึงไม่ได้แนะนำให้กับทุกคนค่ะ
สำหรับท่านที่ฉีดแล้วจะได้รับประโยชน์จริงๆ หมอก็จะแนะนำ แต่หากมีวิธีอื่นที่เหมาะสมกว่า หมอก็จะช่วยห้ามไว้ค่ะ
ต่อจากนี้ คลินิกผิวหนังโดกกกดง Cordia Clinic จะมาอธิบายเหตุผลให้ฟังอย่างตรงไปตรงมาค่ะ
<ปรัชญาการรักษา>
ก่อนอื่น มาปรับความเข้าใจผิดกันก่อนนะคะ
รีทูโอ (ReTuO) ไม่ใช่ฟิลเลอร์ แต่เป็นสกินบูสเตอร์ค่ะ
เหตุผลที่ข้อนี้สำคัญมาก เพราะมักจะมีคนไข้หลายท่านเดินเข้ามาแล้วบอกว่า "ช่วยเติมวอลลุ่มให้หน่อยค่ะ"

แต่รีทูโอไม่ได้มีหน้าที่ในการเติมเต็มวอลลุ่มค่ะ
ในชั้นหนังแท้จะมีโครงสร้างที่เรียกว่า ECM (Extracellular Matrix หรือสารเคลือบเซลล์) ซึ่งประกอบไปด้วยคอลลาเจน อีลาสติน และกรดไฮยาลูโรนิกที่สานตัวกันอยู่
เมื่ออายุมากขึ้น โครงสร้างนี้จะเริ่มพังทลายลง ส่งผลให้ผิวบางลง ขาดความยืดหยุ่น และเกิดริ้วรอยเล็กๆ ขึ้น
รีทูโอคือสกินบูสเตอร์ที่ช่วยเติมเต็มโครงสร้าง ECM ที่เสื่อมสลายนี้โดยตรงจากภายนอกค่ะ

ส่วนประกอบหลักคือ hADM (เนื้อเยื่อผิวหนังแท้จากมนุษย์ที่ผ่านการกำจัดเซลล์) ซึ่งนำเซลล์และปัจจัยกระตุ้นภูมิคุ้มกันออกจากชั้นหนังแท้ของมนุษย์ โดยยังคงรักษาโครงสร้างของคอลลาเจนและอีลาสตินไว้อย่างสมบูรณ์
หากสกินบูสเตอร์แบบเดิมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนทางอ้อมด้วย PDRN (DNA จากปลาแซลมอน) หรือ PLLA (สารสังเคราะห์) รีทูโอจะเปรียบเสมือนการปลูกถ่ายสารที่จำเป็นเข้าสู่ผิวโดยตรงค่ะ
ความแตกต่างของแนวทางนี้ คือเหตุผลที่ทำให้มีคนไข้สอบถามเรื่องการฉีดเข้ามาที่คลินิกผิวหนังโดกกกดงเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงนี้ค่ะ
จุดสำคัญอยู่ตรงนี้ค่ะ
กลุ่มคนที่เหมาะกับการทำรีทูโอ และจะเห็นผลลัพธ์ได้อย่างโดดเด่น คือคนที่มีปัญหาเหล่านี้ค่ะ
รู้สึกว่าใบหน้าขาดความกระชับเต่งตึง ต้องการฟื้นฟูความแน่นจากโครงสร้างชั้นลึก
มีปัญหาริ้วรอยเล็กๆ ความยืดหยุ่นลดลง และสีผิวหมองคล้ำเกิดขึ้นพร้อมกัน
เคยฉีดฟิลเลอร์หรือร้อยไหมมาแล้ว แต่รู้สึกว่าสภาพผิวสัมผัสภายนอกยังไม่ดีขึ้นเท่าที่ควร

ในทางกลับกัน หากเป็นกรณีที่ต้องการเติมเต็มวอลลุ่ม เช่น แก้มตอบ หรือร่องแก้มลึก หรือต้องการสร้างมิติโครงหน้าชัดเจนบริเวณปลายจมูกหรือปลายคาง การใช้ฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิก (HA Filler) จะเหมาะสมกว่ามากค่ะ
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราไม่ควรมองแค่ว่า "รีทูโอกำลังฮิต แปลว่าน่าจะดีกับเราด้วย" แต่ควรพิจารณาก่อนว่า "ผิวเราบางลงจริงไหม หรือเราต้องการเติมเต็มโครงสร้างจากภายในกันแน่"
ด้วยเหตุนี้ การให้คำปรึกษาที่คลินิกผิวหนังโดกกกดงของเราจึงเริ่มต้นจากคำถามข้อนี้เสมอค่ะ
ทำไมฝีมือและเทคนิคของแพทย์ผู้ฉีดถึงทำให้ผลลัพธ์แตกต่างกัน?

เพราะผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับ "ระดับความลึกในการฉีด" มากกว่าตัวผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียวค่ะ
เหตุผลก็คือ
hADM จะทำหน้าที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในบริเวณที่ฉีดเข้าไป
ซึ่งเรื่องนี้ได้รับการยืนยันทางการแพทย์แล้วค่ะ
มีรายงานการศึกษาวิจัยตีพิมพ์ระบุว่า hADM อนุภาคขนาดเล็กทำหน้าที่เป็นโครงสร้างค้ำจุน (Scaffold) ในการสังเคราะห์คอลลาเจน ช่วยฟื้นฟูเนื้อเยื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แต่การตอบสนองจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีดเข้าไปค่ะ
หากฉีดตื้นเกินไปในชั้นหนังแท้ส่วนบน อาจทำให้เกิดก้อนไตหรือรอยนูนหลงเหลืออยู่ได้
ในทางตรงกันข้าม หากฉีดลึกเกินไป ตัวยา hADM จะไม่สัมผัสกับสภาพแวดล้อมของชั้นหนังแท้ที่ต้องการการกระตุ้น ทำให้การฟื้นฟูผิวทำงานได้ไม่เต็มที่
คำตอบที่ถูกต้องคือ ชั้นที่แม่นยำระหว่างรอยต่อของหนังแท้ส่วนกลาง-ล่าง และชั้นไขมันใต้ผิวหนังค่ะ
การระบุชั้นผิวนั้นให้แม่นยำจึงเป็นด่านสำคัญด่านแรกค่ะ
ยิ่งไปกว่านั้น ใบหน้าของคนเราไม่ได้สมมาตรกันเป๊ะทั้งสองข้าง และความหนาของผิวในแต่ละตำแหน่งก็ไม่เท่ากัน
บริเวณที่ผิวบางอย่างใต้ตา จะไม่สามารถฉีดด้วยวิธีเดียวกับบริเวณแก้มที่มีชั้นผิวหนากว่าได้ค่ะ
จำเป็นต้องออกแบบระดับความลึกและปริมาณยาให้แตกต่างกันไปตามคนไข้แต่ละท่านและแต่ละตำแหน่งค่ะ
นี่คือเหตุผลที่หมอบอกว่าการฉีดรีทูโอขึ้นอยู่กับทักษะความชำนาญของแพทย์อย่างมากค่ะ
และเป็นเหตุผลเดียวกันว่าทำไมคลินิกผิวหนังโดกกกดงของเราถึงให้เวลากับการตรวจวินิจฉัยและปรึกษาอย่างละเอียด
เพราะการเลือกว่าจะฉีดที่ชั้นผิวไหน และในปริมาณเท่าใด ส่งผลต่อความสำเร็จของผลลัพธ์ถึง 80% ค่ะ
ดังนั้น ก่อนตัดสินใจรับการรักษา จึงควรมีเวลาในการซักถามและรับฟังข้อมูลอย่างเพียงพอค่ะ

และการร่วมเดินทางไปพร้อมกันในกระบวนการนี้ ก็คือหัวใจของการรักษาค่ะ
หากอ่านบทความนี้แล้วยังมีข้อสงสัย สามารถคอมเมนต์ทิ้งไว้ได้เลยนะคะ
หมอจะเข้ามาตอบด้วยตัวเองผ่านทางคอมเมนต์หรือการปรึกษาแบบ 1:1 ค่ะ
ขอบคุณค่ะ
แพทย์หญิง คิม ดาจอง ผู้อำนวยการคลินิก Cordia Clinic คลินิกผิวหนังโดกกกดงค่ะ
<คำถามที่พบบ่อย (FAQ)>
คำถาม | คำตอบ |
Q1. ระยะเวลาพักฟื้นนานแค่ไหน? | ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล แต่อาการบวมจะอยู่ประมาณ 2-3 วัน และรอยเข็มเล็กๆ จะจางหายไปภายใน 1 สัปดาห์ค่ะ อย่างไรก็ตาม กระบวนการฟื้นฟูผิวและเข้าที่อย่างเป็นธรรมชาติจะใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์ค่ะ หากมีนัดหมายสำคัญ แนะนำให้เผื่อเวลาไว้ล่วงหน้าจะดีที่สุดค่ะ |
Q2. ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน? | โดยเฉลี่ยแล้วมีรายงานว่าอยู่ได้ประมาณ 12-18 เดือนค่ะ เนื่องจากเป็นสกินบูสเตอร์ที่ช่วยกระตุ้นการฟื้นฟูเซลล์ผิว แม้ตัวยาจะสลายไป แต่โครงสร้างคอลลาเจนที่สร้างขึ้นมาใหม่จะยังคงทำหน้าที่พยุงผิวอยู่ส่วนหนึ่งค่ะ ทั้งนี้อาจแตกต่างกันไปตามอัตราการเผาผลาญของแต่ละคนและตำแหน่งที่ฉีดค่ะ |
Q3. ทำควบคู่กับฟิลเลอร์หรือสกินบูสเตอร์ตัวอื่นได้ไหม? | ทำได้ค่ะ ในหลายๆ กรณีการฉีดร่วมกันจะให้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นด้วยซ้ำค่ะ ตัวอย่างเช่น การใช้รีทูโอเพื่อฟื้นฟูผิวสัมผัสและความหนาของชั้นผิว ควบคู่ไปกับการใช้ฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิกในจุดที่ต้องการเติมเต็มมิติวอลลุ่ม ถือเป็นการผสมผสานที่นิยมมากค่ะ อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัย ควรปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษาเพื่อวางแผนระยะห่างและลำดับการทำให้เหมาะสมค่ะ |
< บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม >
<สอบถามข้อมูล - Naver Talk Talk>
Cordia Clinic - Naver TalkTalk คลินิกรักษาผมร่วง/สกินบูสเตอร์/ดริปวิตามิน สถานีซอนลึง talk.naver.com
<ประกาศจาก Cordia Clinic> | ||
เพื่อมอบการปรึกษาอย่างละเอียดและการดูแลเฉพาะบุคคลสำหรับทุกท่าน Cordia Clinic ให้บริการแบบ นัดหมายล่วงหน้า 100% เท่านั้นค่ะ เพื่อรักษาคุณภาพการรักษาและความเป็นส่วนตัวสูงสุด เราจึงจำกัดจำนวนคิวการรักษาในแต่ละวัน อาจทำให้การจองในวันหรือเวลาที่ต้องการทำได้จำกัด ต้องขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ค่ะ เราจะตอบแทนท่านด้วยการวินิจฉัยที่แม่นยำและการรักษาอย่างจริงใจ ขอบคุณค่ะ |
<เวลาทำการ> | ||
จันทร์ · อังคาร · พฤหัสบดี · ศุกร์ : 11:00 ~ 20:00 (พักกลางวัน : 14:00 ~ 15:00) วันเสาร์ : 10:00 ~ 16:00 (ตรวจรักษาต่อเนื่อง ไม่มีพักกลางวัน) | ||
ชั้น 6 อาคาร KR Tower, 429 Seolleung-ro, Gangnam-gu (สถานีซอนลึง ทางออก 3) | ||
02-568-8575 |